โยโกะ ทาคาโน่ ที่ตอนนี้ผันตัวเองจากดาวยั่วสู่นักพยากรณ์โหราศาสตร์ ชีวิตพลิกเปลี่ยนไปหมด เพราะอาการป่วยทำให้ความจำเสื่อมจนเกือบตาย ล่าสุด เจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร 
 
ตอนนี้อาการพี่เป็นยังไง ?
โยโกะ : อาการยังคงต้องติดตามกันต่อไป ยังต้องอยู่กับคุณหมออยู่ มันก็ยังมีซีสต์ในสมอง ภูมิคุ้มกันมันล้นเกาะอยู่ที่ก้านสมอง ทำให้ความจำเก่าๆ จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
 
ที่บอกว่าความจำเสื่อม เสื่อมขนาดไหน ?
โยโกะ : นึกถึงห้องสมุดใหญ่ๆ เหมือนชีวิตคนเราบางช่วงบางตอนมันหายไป  คุยๆกันอยู่เหมือนจะจำเรื่องนั้น เรื่องนี้ได้ แต่มันไม่ต่อกัน
 
พี่รู้ตัวเมื่อไหร่ว่ามีปัญหาเรื่องความจำ ?
โยโกะ : เมื่อประมาณปี 57 โรงพยาบาลแรกยังหาไม่เจอ จนกระทั่งไตวายเฉียบพลันไปแล้ว จนกระทั่งเขาออกข่าวแล้วว่าเราเสียชีวิต ตอนนั้นคิดว่าตายไปแล้วลืมตาขึ้นมาถามคุณแม่สงสัยจะล้างไตไปแล้ว รู้สึกเหมือนว่ายอยู่ในร่างกายตัวเอง พยายามขออาหารอยู่ในร่างกายตัวเองเพื่อที่จะให้หลุดออกมาให้ได้ ถ้ามาคิดตอนนี้ก็คือเหมือเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในตัวเอง ฟีลลิ่งเหมือนผีอำในเลือดในเนื้อตัวเองแล้วเหมือนพยายามจะขึ้นมา ก็เหมือนจะไปเกิด แต่ยังไม่ถึงเวลา
 
กลัวตายมั้ย ?
โยโกะ : เราคิดว่าเรากำลังจะตาย ลืมตาขึ้นมาครั้งแรกถามคุณแม่ว่าหนูกำลังจะตายใช่ไหม แม่บอกว่าแม่ยังไม่ให้ตายจะตายได้ยังไง แล้วเพื่อนก็มาเยี่ยมจำบางคนได้ จำบางคนไม่ได้ 
 
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังมีอาการอยู่ ?
โยโกะ : เรื่องหลงๆ ลืมๆ คือดีขึ้น แต่จำได้ทุกอย่างในชีวิตมั้ย ไม่ จำไม่ได้ คนบางคนเคยเจอกันแล้วมาทักเราบางคนก็จำไม่ได้ บางคนก็คิดว่าเคยเจอ มันก็มีความสับสน
 
แล้วมาออกรายการอย่างนี้ อีกหน่อยจะจำได้ไหม ?
โยโกะ : จำได้ซิ ความจำใหม่ ไม่เหมือนกับความจำที่เก็บอันเก่า มันเกี่ยวกับสมองเป็นอะไรที่เป็นกรณีศึกษาด้วย ไม่สามารถตอบแทนคุณหมอได้ว่ามันเป็นอะไร 
 
ความจำเก่าย้อนไปกี่ปี อะไรที่จำไม่ได้ ?
โยโกะ : ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไตวายเฉียบพลัน ก่อนที่จะเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ อันนั้นจะจำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
 
จะจำได้หลังจากที่ฟื้นมาแล้ว หลังจาการตายครั้งนั้นชีวิตเปลี่ยนไปเลย?
โยโกะ : เปลี่ยนค่ะ เรานึกไม่ออกว่าเราจะทำอะไรต่อไป ตอนแรกสตั้นท์ไปเลย 5 นาที ถามมาไม่สามารถตอบกลับได้เร็ว ตอนนี้ก็ดีขึ้น ไม่รู้จะทำยังไงเลยไปหาหมอดู คุณแม่ชอบหาหมอดู ไปดูกันว่าดวงเกิดอะไรขึ้น 
 
แทนที่จะไปหาหมอแต่ไปหาหมอดู
โยโกะ :  หาหมอต้องหาอยู่แล้วทุกๆ 2 เดือน แต่คุณแม่บอกว่าแล้วชีวิตจะเอายังไงต่อ เพราะสมองช้าลง เราก็นึกไม่ออก ก็อาจจะมีความเบลอความช้าไปบ้าง ไปก็ไป เค้าก็บอกว่าเป็นหมอดูได้นะ มาเรียนมั้ยกำลังจะเปิด
 
แล้วเรารู้มั้ยว่าเราเป็นหมอดูได้ 
โยโกะ : มีคนเคยทัก ซึ่งเป็นอาจารย์เราในภายหลัง การเป็นหมอดูต้องเรียนเยอะ มันค่อนข้างใช้ความจำเยอะ เพราะมันเกี่ยวกับดวงดาว 
 
ใช้เวลาเรียนนานไหม ถึงเรียกตัวเองว่าเป็นหมดดู แล้วยึดอาชีพนี้ได้
โยโกะ : เป็นปีเหมือนกัน ตอนแรกถามอาจารย์ว่าไหวหรอ อาจารย์บอกต้องไหวสิ เพราะเราต้องเป็น
 
จากเป็นดารามาเป็นหมดดู คนบางคนจะคิดว่าตกอับ
โยโกะ : ไม่รู้สิ มันเป็นวาระ มันเป็นเวลาหรือเปล่า ถ้าคนจะคิดว่าตกอับก็แล้วแต่คนจะคิด
 
คนมาดูด้วยเยอะไหม
โยโกะ : ก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ลูกค้าเก่าก็จะกลับมา
 
คนไทยเชื่อว่าคนที่เป็นหมอดู ยิ่งแม่นเท่าไหร่ ยิ่งอายุสั้น กลัวไหม
โยโกะ : ผ่านความตายมาขนาดนี้แล้ว อย่าไปกลัวมันเลย มันจะมาเมื่อไหร่ เราไม่รู้หรอก แล้วอีกอย่างอย่าว่าแต่ตัวเราเลย พวกคุณเอง โควิดก็มา ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกับชีวิตเสมอ เพราะฉะนั้นใช้ชีวิตอยู่กับวันนี้ให้ได้มากที่สุด มีความสุขให้ได้มากที่สุดดีกว่า อยู่อย่างให้คนจดจำ อะไรที่มันผิดพลาดไปแล้วช่างมัน
 
เป็กกี้น้องสาวผมเป็นยังไงบ้าง
โยโกะ : เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยหวงความคิด สนิทกับคนง่ายมาก แล้วก็ชอบสอน ชอบบอกกล่าว เป็นคนคุยสนุก ที่บ้านชอบเก็บของเอาไว้ เขาใช้เงินเก่ง
 
จริงไหมเป็กกี้
เป็กกี้ : เก็บจริง ขวดครีมที่ใช้แล้วก็เก็บ ไม่รู้เก็บทำไม ใช้เงินเก่งจริง
 
โยโกะ : หลังวันเกิดมา น่าจะปีที่แล้วปวดเนื้อ ปวดตัว หรือว่าอาจจะมีเรื่องของอุบัติเหตุบ้าง มีเรื่องให้ตกใจ พอช่วงวันเกิดน่าจะนอนไม่หลับ อาจจะมีเรื่องของฮอร์โมนในช่วงนี้ด้วย 
 
ปีหน้าเป็กกี้จะได้แต่งงานไหม
โยโกะ : ถ้าแต่งได้ แต่ก่อนวันเกิดนะคะ แต่ถ้าหลังวันเกิดอย่าไปแต่ง เสียเปรียบเขา ช่วงวันเกิดจะมีเรื่องให้เจ็บใจ หรือจะมีอะไรมาทำให้ไม่สบายใจ 
 
สมัยก่อนพี่โยโก๊ะมีแฟน แต่จบไม่ค่อยสวย จนขนาดแขนหัก เกิดอะไรขึ้น?
โยโกะ : ตอนนั้นอยู่สิงคโปร์กัน เราก็หมั้นกันแล้ว ก็มีการทะเลาะกัน เขาก็ลงมือ มันก็เลยทำให้แขนเราหัก ทุกวันนี้ยังมีแผลอยู่เลย แล้วสมัยก่อนเรารับหนัง เสียดายมาก เพราะเซ็นสัญญาเป็น 10 เรื่องเลย อยากจะขอโทษผ่านรายการ ตอนนั้นไม่กล้าที่จะกลับมาเมืองไทย เพราะว่าหน้าตาเราไปด้วย เขียวช้ำ เราก็เลยต้องฟ้องหย่า ตอนนั้นอยากให้จบจริงๆ ไม่อยากทำให้เขาเสียอนาคต 
 
ตอนนั้นพี่กลัวไหมว่าเราจะไม่สามารถกลับมาทำงานเหมือนเดิมได้?
โยโกะ : กลัวมาก ทำให้เรารู้สึกว่าเราทำผิดกับบริษัทมากๆ แล้วไม่กล้าที่จะเข้าไปขอโทษเลย
 
ณ ตอนนี้ความโกรธภายในใจยังอยู่ไหม
โยโกะ : บางทีก็คิด แต่ก็ให้มันจบๆ ไปดีกว่า มันมีบ้างแผลที่ว่าทำไมเราต้องเจอเรื่องแบบนี้ ในเมื่อมันเจอ เราก็ต้องมีประสบการณ์ เผื่อที่จะให้เราเพิ่มประสบการณ์เป็นนักพยากรณ์ได้ดี
 
ตั้งแต่วันนั้นเข็ดเรื่องความรักเลยไหม
โยโกะ : ทำไมต้องเข็ด ความรักเป็นสิ่งสวยงามมาก
 
ตอนนี้พี่โสดหรือไม่โสด
โยโกะ : โสดสนิทคะ โสดมาหลายปีแล้ว น่าจะเป็น 10 ปี มันไม่มีใครมาประกาศตัวว่าจีบ เอาจริงๆ ไม่ได้เลือกขนาดนั้น แต่ต้องเข้ากับเราได้ ต้องเข้ากับแม่เราได้ อย่างน้อยๆ รู้จักช่วยกันทำมาหากินได้
 
สาเหตุที่ยังโสดอยู่ หนึ่งในนั้นเพราะไไปไหนคุณแม่ตามตลอดไหม
โยโกะ : ไม่ใช่แม่ห่วงนะ แต่พอดีว่ายังต้องทานยากันชัก เพราะมันจะมีอาการเป็นบางครั้ง บางทีขาอ่อนแรง เราขับรถมันอันตราย คุณแม่ก็อาจจะต้องมาด้วย 
 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama