[vc_row][vc_column][vc_empty_space][vc_column_text]เดินทางมาถึงตอนที่3 ถือว่าเป็นตอนสุดท้ายแล้วสำหรับ “ซีรีส์ลูกผู้ชาย ตอน ปัทม์” ผลงานของผู้จัดหนุ่มไฟแรงอย่าง “เอิน ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล” แห่งค่ายมาสเตอร์วันวีดีโอโปรดักชั่น  ที่ผู้จัดยอมรับว่าเป็นงานหินอีกหนึ่งชิ้น ที่ตั้งใจทำ หวังอยากให้คนดูได้รับแรงบันดาลใจ ได้รับพลังจากละครเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่กำลังท้อแท้หมดหวัง เรามาดูอีกหนึ่งตัวอย่างที่ติดลบ แต่ไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาพาชีวิตของตัวเองมาจากจุดที่เรียกว่าติดลบ  ละครชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง Based on true stories  “ปัทม์”เรื่องราวของเด็กกำพร้าที่ถูกนำมาทิ้งลอยแพมาติดอยู่กอบัว “ลินจง”หญิงขายบริการเก็บขึ้นมาเลี้ยง และตั้งชื่อให้ว่า “ปัทม์”ที่แปลว่าดอกบัว  “ลินจง”รักและดูแล “ปัทม์”เหมือนลูกในไส้ แต่ด้วยอาชีพของเธอทำให้ “ปัทม์”เติบโตมาในซ่องในสลัม พร้อมกับคำด่าคำดูถูกเหยียดหยามว่า “ไอ้ลูกกะหรี่” ….

ซึ่งการคัดเลือกนักแสดงมารับบทนี้ก็ถือว่าเข้มข้นไม่แพ้กันกว่าจะมาลงเอยที่ “เค้ก นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย” และ “นิ้ง ศรัณยา จำปาทิพย์” และได้นักนักแสดงมากฝีมือ “ขวัญฤดี กลมกล่อม”, “เต๋า สโรชา” มาร่วมส่งอารมณ์ ชนิดน้ำตาไหลกันเป็นทาง

เอิน ณิธิภัทร์ : “ก็มีหลายขั้นตอนในการดำเนินงานครับแต่ก็สนุกครับ มันได้เห็นคนใหม่ๆเห็นอะไรหลายๆอย่างๆ อีกอย่างเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆด้วยครับ คนที่อยากจะเข้าวงการเพราะว่านอกจากบทบาทพระนาง มันก็มีบทอื่นๆที่เหมาะสมอีก ค่ายเราสามค่ายก็มีการทำละครเรื่อยๆอยู่แล้วก็ได้นักแสดงใหม่ๆมาเสริมอีก สามารถไปใช้งานอื่นๆได้อีกด้วย

-เรื่อง “ปัทม์”เนื้อหาเกิดจากเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง อยู่ๆก็ถูกลอยแพมาเลยถูกทิ้งไว้ข้างกอบัว แม่ก็เลยตั้งชื่อให้ว่า “ปัทม์”แต่ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย แม่ทำงานเป็นผู้หญิงขายตัวที่อยู่ในซ่องตัว “ปัทม์”ก็เลยเติบโตมาในช่องมาในสังคมที่ในสมัยนั้นคือตลาดล่างที่คนจะมองไม่ดีแต่เด็กคนนี้เติบโตมาถูกแม่สอนให้เป็นคนดีต้องได้ดีถึงแม้รอบๆข้างจะมีหลายๆอย่างถูกดูถูก ถูกเหยียดหยาม ถูกด่าว่ากล่าวต่างๆนานา

-ทำไมถึงได้เลือกเป็น “เค้ก”กับ”นิ้ง” มาเล่นเรื่องนี้ จริงๆแล้วเพราะคาเรคเตอร์เลย จากที่แคสมาเอาง่ายๆจากเด็กคนนึงที่ถูกเก็บมาเลี้ยงโตขึ้นมามาในซ่องในสลัมเราจะหาเด็กหล่อ ขาวตี๋ก็คงไม่ใช่ และจากแอคติ้งเลยจากวันแรกที่เราเห็นแอคติ้งเค้าได้จริงๆ เค้าแทบจะเป็นคนแรกๆเลยมั้งที่ทั้งพี่ชุ พี่นก ทางช่องเห็นว่าเด็กคนนี้มันมีอะไร มันเหมาะกับบทบาท ส่วนนิ้งก็คืออีกบทนึงที่จะเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูสดใสคอยซัมพอร์ตได้ทุกอย่าง ก็เลยมาลงที่นิ้งครับ ไม่รู้เป็นความฟลุครึเปล่า คู่นี้เป็นคู่แรกที่เล่นด้วยกันตอนจับแคสเลยเราก็เห็นสองคนนี้รับส่งกันได้ ให้กำลังใจกันได้รับส่งกันได้ดี ก็เลยยาวมาครับทุกคนก็เลยเห็นพ้องกันว่าเหมาะสม

-ละครเรื่องนี้เหมือนย้อนไปยุคคุณพ่อที่มาแบบเสื่อผืนหมอนใบยุคที่กำลังก่อร่างสร้างตัวช่วงยุตฟองสบู่แตกด้วย ก็ยากสำหรับเอินเพราะว่าเราไม่ได้เกิดในยุคนั้นก็เลยจะงงๆแต่ก็โชคดีที่มีคนทำงานทั้งผู้กำกับทั้งคุณแม่ที่พอจะเข้าใจในยุคนั้น ยุคสมัยนั้นเราก็เลยงงๆเฮ้ยรถเค้าใช้อะไรตึกราบ้านช่องประมาณไหนของกินของใช้ค่าเงินการแต่งตัว ก็ต้องศึกษาเยอะ เหนื่อยแล้วก็เข็ดเลยพีเรียด

-ละครเรื่องนี้มันเป็นเหมือนชีวประวัติเหมือนหนังเบรดออนทรูสตอรี่นิดนึง แต่ไม่ถึงขั้นเรื่องจริง100% เราก็เอามาปรับแต่งเติมแต่ง แต่พอเรามานั่งฟังเรื่องราวชีวิตของคนๆนึงจะจะเฮ้ยชีวิตเค้าผ่านมาได้ยังไง เหมือนนักธุรกิจล้มละลายเค้าทำยังไงถึงจะกลับมาสู้ได้อีกแค่เราฟังแค่นี้ก็เป็นแรงบันดาลใจเป็นกำลังใจให้เราทำงาน ถ้าเรารู้สึกว่าทำงานแค่นี้ปัญหามันเยอะจังจริงๆมีอีกหลายคนที่เจอหนักกว่าเรา ตรงนี้คือแกนหลักที่ทำให้รู้สึกว่าน่าสนใจ 

เรื่องนี้จะไม่มีเซอร์ไพรส์เยอะ เพราะว่าเอินวางไว้ในการดูรายละเอียดดีเทลให้มันเนียนกริบก่อนถ้าดูแล้วไม่ติดอะไรดูแล้วรู้สึกสมูท แค่นี้เอินก็แฮปปี้แล้ว เพราะว่าความสร้างสรรค์ความอลังการเราคงจะทำได้ไม่เยอะด้วยปัจจัยหลายๆอย่างที่มันค่อนข้างจำกัดอยู่เหมือนกัน  และถ้าคนดูไม่ติดอะไรเลยนั่นล่ะสิ่งที่เอินคิดว่าเอินประสบความสำเร็จแล้ว การที่ทำอะไรสักอย่างนึงและไม่ใช่ยุคของเราเราก็ต้องศึกษามากขึ้น

-ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้ ดูแล้วให้กำลังใจครับดูแล้วมันจะมีกำลังใจในการทำงานในวันต่อไป ดูแล้วรู้สึกว่าชีวิตจะต้องเดินต่อไป เหมือนกำลังใจให้คนที่รู้สึกว่ากำลังเหนื่อย คนที่อยากดูอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิตเราน่าจะต้องดูเรื่องนี้ครับ

ละครเรื่องนึงที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนหลายๆคน เรื่องนี้มีการสอดแทรกหลายๆอย่างเรื่องของการใช้ชีวิตการดำเนินชีวิต การต้องเจอผู้คนมากมายจะกระทั่งถึงล้มละลาย แล้วเราควรจะทำยังไงให้กลับมาสู้ใหม่หรือแม้แต่ความพอเพียงความพอใจในตัวเรานี่มันอยู่ตรงไหน อยากให้คนมีโอกาสเข้าถึงเยอะๆ น่าจะเป็นคติสอนใจให้คนในการดำเนนชีวิต ละครไม่เน้นคู่จิ้นไม่เน้นความรัก เน้นให้กำลังใจดีกว่า  ถ้าเราเหนื่อยเราท้อสำคัญมันอยู่ที่คนรอบข้างนั่นแระคือกำลังใจของเรา คนรัก ครอบครัว ญาติพี่น้อง คนทำงานถ้าเจอหัวหน้าดีชีวิตก็ดีเจอหัวหน้าแย่ชีวิตก็แย่ บางทีแม้แต่คนไม่ดีที่เข้ามาในชีวิตเราบางทีเค้าก็อาจจะให้อะไรกับเรา”

“เค้ก นัทธวัชร์” :

“ถือว่าเป็นโอกาสที่เข้ามาใช่วงแรกๆของการเข้าวงการของผมเลยก็ว่าได้ครับผม ก็คือได้มีโอกาสได้แคสร่วมกับคนถึงพันคนในการแคสเลือกหาตัวละครภูผา เพชร และก็ปัทม์ครับ แล้วก็ซึ่งผ่านการเวิร์คช็อป ผ่านการแคสติ้ง คัดตัวมาโหดพอสมควรครับ โหดเลยแหละโหดมากซึ่งมันผ่านเวลาใช้เวลาดำเนินการอะไรหลายๆอย่างครับ ในการแคสในการเวิร์คช็อป แล้วก็เรื่องราวต่างๆเนี่ยประมาณหกเดือนครับ ถึงจะได้ตัวละครที่ออกมาหกคนนี้  มันตกใจอะ มันแบบหรอ จริงหรออะไรแบบนี้อะ เพราะว่าเหมือนมันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดในชีวิตเลยว่าผมจะมาแตะถึงที่ผมอยู่ตรงนี้อะไรแบบนี้อะครับ มันคือเรื่องที่ผมหนีมาตลอดแล้วก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในชีวิตผมเลย ไม่ได้เคยอยู่ในกระบวนการความคิดผมเลยในการที่ผมจะมาเป็นนักแสดงหรือว่าจะเป็นแบบเป็นคนที่อยู่ในสกัดช่องสามอะไรแบบนี้อะมันโห มันไกลตัวผมพอสำควรเลยะครับ

 

ผมว่ายากทุกซีนอะครับ เพราะมันหนักทุกซีนจริงอะ มันหนักทุกซีนมากๆกลับบ้านไปผมหมดพลังทุกวันอะ คือมันยิ้มนับครั้งได้เรื่องนี้อะแทบไม่ยิ้มเลยอะครับ มัน tense ไปหมดอะมันเครียดไปเสียทุกเรื่อง มันเครียดไปทุกอย่างมันแบบสถานการณ์รอบตัวเรามันบีบบังคับให้เราต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากเป็นนะ อย่างที่บอกคือชีวิตเรามันเลือกเกิดไม่ได้ แต่ว่าเราก็ต้องทนไปกับชีวิตเราอะ เราก็ไปเราอยู่ได้แค่นี้เราก็ทำได้แค่นี้ ซึ่งมันทุกซีนครับ ทุกซีนแต่ว่าได้นักแสดงที่มีประสบการณ์และมีความสามารถช่วยเหลือเรามากๆ แม้กระทั่งนิ้งเองเราก็เดินไปด้วยกันครับ

มันถ่ายนานมากเปลี่ยนมุมเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ รับเอคชั่นคโน้นคนนี้ เปลี่ยนมุมถ่าย ผมร้องอยู่ประมาณชั่วโมงกว่า คีบอารมณ์นั้นอยู่ชั่วโมงกว่า จนผมกินน้ำแดงไม่หยุดเลยอะเพราะผมจะเป็นลม เหมือนมือมันสั่น หยใจแล้วสั่นมันเหมือนหัวมันวิ้งไปหมด  มันยากนะครับ มันยากมากสำหรับผมกับการที่ต้องเข้าใจโลกอีกโลกนึงที่ผมไม่เคยรู้จักอะ มันดาร์กกว่าชีวิตคนธรรมดาคนนึง ซึ่งถาว่าผม ผมก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้นนะผมก้อยู่ติดแบบนี้แหละ แต่ก็ไม่ได้ลงไปลึกกว่าที่ตัวละครนี้เป็นอะไรแบบนี้ ซึ่งการที่ผมจะผ่าแล้วเข้าใจตัวละครนี้มากขึ้นเนี่ย ผมได้พี่ขวัญฤดี กับพี่เต๋า สโรชา เนี่ยที่เล่นเป็นน้าผมมีอาชีพเป็นโสเพณีเหมือนกัน สองคนเนี่ยเค้าก็แบบเค้าไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตเป็นยังไง เพราะว่าเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่พี่เต๋าและพี่ขวัญเนี่ยรีบบทเป็นโสเพณีไม่เคยเหมือนกันซึ่งพอมันมารวมกันตรงกลางอะครับ มันมารวมกันตรงกลางมันกลายเป็นว่าแบบเราทำการบ้านมา เค้าทำการบ้านมา พี่เต๋าทำการบ้านมาทุกคนรวมกันเนี่ยมันเดินไปพร้อมกันและเข้าใจตัวละครไปพร้อมกันนะครับคือจนหลังๆเข้าซีนที่มันแบบคิดถึงเขาคือมันแค่แป๊ปเดียวอะผมร้องไห้ได้เลย เหมือนแบบผมผูกพันกับเค้า ผมเรียกเค้าแม่เลยนะพี่ขวัญอะในกองอะ ผมเรียกแม่แม่ขวัญ ผมกอดผมเล่นกับพี่เต๋าเหมือนน้าผมจริงๆ ผมแบบสนิทกับพี่ขวัญพี่เต๋า สนิทมากคือเหมือนเราไปกองอะ  เราไปใช้ชีวิตอะครับพอแบบเข้ากองผมก็เรียกแม่แล้ว แม่ผมไปเล่นด้วยคุย คือพอเข้าซีนมันเหมือนกับว่าเค้าเป็นแม่เรา  คือมันยากใช่ แต่ว่าคนที่เดินไปพร้อมผมเนี่ยเป็นคนที่มีประสบการณ์และความสามารถที่สูงมาก ซึ่งเค้าพาเราไปด้วย

“นิ้ง ศรัณยา” :

“โหหนักมากค่ะ เพราะว่าคือเริ่มแรกคือมีหลายคนมากที่เค้าเปิดรับสมัครใช่มั้ยคะ แล้วเราก็ต้องไป ไปแบบดูปุ้บ พอดูแล้วก็แบบให้กรรมการดูอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็แคสบท แคสบทเสร็จพอเข้ารอบปุ๊บ ก็ต้องมาเวิร์คช็อป เวิร์คช็อปก็คือหลายคนมากค่ะ

 อ่านบทแล้วคือชอบหนูตุ่นเลยค่ะ คือชอบที่ด้วยความที่เค้าเป็นคนมุ่งมั่น แล้วก็ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรอะมันก็ไม่ทำให้แบบความสดใสในตัวเค้าน้อยลงได้เลยอะค่ะ มันไม่ทำให้การที่มองโลกในแง่ดีของเค้ามันหายไปได้เลยค่ะ มันมีความน่ารักน่าสนใจมาก ทั้งการที่เค้าถูกเลี้ยงดูมา ทั้งการที่แบบเค้ามีเพื่อน คือเค้าเป็นลูกครูอะค่ะ แต่ว่าเค้าก็ทำตัวน่ารักกับเพื่อนไม่ได้แบบไม่ได้เป็นลูกครูที่ชอบแกล้งเพื่อนอะไรอย่างนี้ ไม่ได้เห็นว่าตัวเองมีแม่เป็นครูแล้วก็เบ่งอะไรอย่างนี้น่ารักมากค่ะ

ยากค่ะ มันเรามีทั้งความเหมือนและความต่างในตัวละครนี้ ซึ่งไอตรงความต่างอะที่มันยากเราต้องไปทำการบ้านเยอะมาก ในเรื่องของความสดใสต้องมีพลังงานเยอะมาก ซึ่งแบบปกติตัวเราก็จะแบบเอื่อยๆเฉื่อยๆฉ่าๆอะไรอย่างนี้อะค่ะ แล้วพอต้องมารับบทแบบนี้ มันก็เลยต้องพยายามแบบ active ตัวเองให้มากค่ะ แล้วก็ต้องทำความเข้าใจกับบทเยอะอยู่อะค่ะ เพราะว่าในเรื่องนี้เราต้องรับบทเป็น ในหลายๆช่วงอายุอะค่ะ แล้วแต่ละช่วงอายุอะค่ะมันต้องแสดงออกไม่เหมือนกัน แต่เวลาถ่ายอะเค้าไม่ได้ถ่ายเป็นช่วงอายุอะค่ะ เค้าจะถ่ายแบบสลับไปมาซึ่งจะต้องมีคนคอยเตือนว่าเวลานี้แบบเห้ยมันโตนะอย่าแสดงออกแบบนี้มันเด็กอย่างนี้อะค่ะ”

ซีรีส์ลูกผู้ชาย ตอน ปัทม์ เสนอเป็นตอนแรกวันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ ทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง3 HD ช่อง 33 ฝากเป็นกำลังใจให้กับนักแสดงน้องใหม่ของเราด้วยนะจ๊ะ[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_empty_space][dt_gallery_masonry mode=”grid” bwb_columns=”desktop:4|h_tablet:3|v_tablet:3|phone:2″ gap_between_posts=”2px” image_sizing=”resize” image_border_radius=”0px” gallery_image_zoom_icon=”icon-im-hover-031″ project_icon_size=”20px” project_icon_color=”#ffffff” project_icon_border_width=”0px” include=”61817,61818,61819,61820,61821,61822,61823,61824,61825,61826,61827,61828,61829,61830,61831″][/vc_column][/vc_row]