ปัจจุบันธุรกิจคอนเทนท์ต้องมีความหลากหลายและมีจุดเด่นที่แตกต่างมากพอที่จะดึงดูดใจผู้ชมในยุคนี้เพราะเป็นยุคที่มีช่องทางการรับชมที่เป็นทางเลือกเพิ่มมากมายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเจนเนอเรชั่น Y และ Z  ที่นิยมรับชมคอนเทนท์ผ่านช่องทางดิจิทัลที่ทั้งสะดวกสบายและเลือกชมได้มากมายกว่าช่องทางเดิม ๆ  ทำให้วันนี้ผู้ผลิตคอนเทนท์หลายรายก็ต่างมุ่งหน้าสู่น่านน้ำใหม่  ๆ ที่พร้อมจะดึงดูดไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปของคนแต่ละเจนฯ ไม่ว่าจะเป็นโฮมช้อปปิ้ง ขายตรง หรือโชว์บิซ ที่ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ แต่หลาย ๆ รายเชื่อว่าฟ้าหลังฝนย่อมจะดีและสดใส

กลุ่มทรู นับเป็นอีกหนึ่งผู้นำด้านการผลิตคอนเทนท์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย ที่ได้ผลิตคอนเทนท์ทั้งภาพยนตร์ ซีรี่ส์  รวมถึงโชว์บิซ ร่วมกับผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ เข้าถึงกลุ่มผู้ชมทุกเจนเนอเรชั่นทั้งในและต่างประเทศ  ผ่านหลากหลาย แพลตฟอร์ม ทั้งเพย์ทีวี ฟรีทีวี และดิจิทัลให้รับชมได้ออนไลน์ผ่านแอปบนสมาร์ทโฟน หรือสมาร์ททีวี ซึ่งนายองอาจ ประภากมล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านมีเดีย  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจคอนเทนท์ในงานสัมมนา Thailand in View ที่จัดโดย AVIA Asia Video Industry Association  เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กลุ่มทรูในฐานะผู้นำด้านพรีเมียมคอนเทนท์ระดับประเทศ ได้คัดเลือกคอนเทนท์คุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกมีทั้งภาพยนตร์ กีฬา ข่าว และรายการบันเทิง  นำเสนอผ่านหลากหลายแพลตฟอร์มทั้งโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ ที่มี ฟรีทีวีช่อง ทรูฟอร์ยู และช่องข่าว TNN16 รวมถึงดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่าง True ID เพื่อให้รายการไปสู่ผู้ชมได้ในหลายช่องทางตามแต่ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ชม อย่างรายการระดับพรีเมียมและรายการถ่ายทอดสดเอ็กคลูซีฟต่าง ๆ จะเน้นสมาชิกทรูวิชั่นส์ที่ต้องการรับชมคอนเทนท์ลักษณะเฉพาะ  สำหรับช่องทรูฟอร์ยูและ TNN ซึ่งเป็นช่องฟรีทูแอร์ เราก็นำเสนอรายการที่จะตรงใจกลุ่มผู้ชมที่แมสกว่า ขณะเดียวกันก็ต้องคัดสรรบางรายการที่เน้นกลุ่มแฟนช่องรายการที่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มด้วย

สำหรับแอปพลิเคชั่นทรูไอดี ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม OTT ที่มีฐานผู้ใช้งานต่อเดือนเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย โดยทรูไอดีแอพ เป็นแอพที่มีบริการหลายหลากอยู่ในแอพเดียว (Super App) หลัก ๆ ก็คือจะมีบริการคอนเทนท์อยู่ในนี้ อย่างพรีเมียมคอนเทนท์ เช่น ถ่ายทอดสดฟรีบางแมทช์ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีบริการ TVOD (Transactional video on demand)  บริการ SVOD (Subscription video on demand) มีคอนเทนท์ที่ดูย้อนหลังได้จากช่องพรีเมียมสำหรับลูกค้าทรูวิชั่นส์ มี AVOD (Advertising video on demand) มีคอนเทนท์ที่มาจาก UGC (User generated content) และยังมีคอนเทนท์ที่น่าสนใจในรูปแบบ Short-Form นอกจากนี้ยังมีช่องรายการของทรูวิชั่นส์ที่ผู้ใช้บริการจะได้รับชมผ่านแอปทรูไอดี ซึ่งนี่คือกลยุทธ์ในการให้ทรูไอดี เป็นเหมือนวินโดว์แรกที่นำเสนอตัวอย่างรายการ โดยใช้ความน่าสนใจของเนื้อหา โดยจะนำผู้ใช้บริการเข้าสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ 

ด้วยพฤติกรรมการรับชมของผู้ชมในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป เน้นความสะดวกสบายอยากรับชมคอนเทนท์ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำกัดแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นจากทีวี สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกทั้งอาจเลือกดูสด หรือดูย้อนหลังก็ได้  ทำให้ในปัจจุบันผู้ผลิตคอนเทนท์ระดับโลกส่วนใหญ่ทั้งจากฝั่งฮอลลีวู้ด ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ ต่างก็ผลิตคอนเทนท์ออกมานำเสนอผ่านหลาย ๆ แพลตฟอร์ม ไม่เฉพาะสำหรับโรงภาพยนตร์ หรือออกอากาศทางทีวีเท่านั้น  ในส่วนของกลุ่มทรูเองก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทั้งการผลิตคอนเทนท์สำหรับผู้ชมในประเทศ อย่างการถ่ายทอดสดกีฬา  ไทยลีก หรือรายการกีฬาอื่นๆ เช่นวอลเลย์บอล ปิงปอง รวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนกีฬาในประเทศที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมชาวไทย    อีกทั้งกลุ่มทรู ก็เป็นผู้ผลิตรายการบันเทิง รายการข่าว เรามีช่องข่าว 24 ชั่วโมง ช่อง TNN16 หรืออย่างรายการบันเทิง วาไรตี้ ซีรีส์ ตลอดจนเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมผลิตคอนเทนท์กับผู้ผลิตต่างประเทศเช่น เกาหลี คือ CJ ENM โดยปัจจุบันได้มีการผลิตซีรีส์ประมาณ 5-6 เรื่องต่อปี ที่นอกจากจะนำมาออกอากาศให้ลูกค้าสมาชิกของเราแล้ว เรายังนำออกไปขายในตลาดต่างประเทศ  รวมถึงมีให้บริการบน Netflix  นอกเหนือจากนี้ เรายังผลิตซีรีส์และรายการวาไรตี้ร่วมกับผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและได้รับรางวัลระดับชาติอย่างมากมาย

ในฐานะผู้ให้บริการเพย์ทีวีตั้งแต่เริ่มแรกในประเทศไทย ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมธุรกิจจะเปลี่ยนไปขนาดไหนใน 5-6 ปีที่ผ่านมา จุดหลักที่ยังคงที่ยังดึงดูดให้สมาชิกยังอยู่กับเราก็คือคอนเทนท์เปรียบได้กับคำว่า Content is The King  ปัจจุบันอาจมีขนาดที่สั้นลงเพื่อดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่ ๆ อันเกิดจากกระแสของโซเชียลมีเดีย แต่ทั้งนี้ความนิยมของ คอนเทนท์ในรูปแบบ Short-Form จากกลุ่ม User-Generated content (UGC) ที่ดึงดูดผู้ชมนั้น ก็ไม่ได้มีหมายความว่าจะมีผลกระทบต่อความต้องการบริโภคคอนเทนท์ที่มีเนื้อหายาว หรือ Long-Form เพราะคอนเทนท์สั้น ๆ อาจเป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ทรูวิชั่นส์ ในฐานะผู้ให้บริการ PayTV ก็ยังเชื่อมั่นว่าคอนเทนท์ยาว ๆ อย่างการถ่ายทอดกีฬา ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ หรือช่องข่าว ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่บนแพลตฟอร์ม เพย์ทีวี และฟรีทีวี 

เเม้เทรนด์ของการให้บริการคอนเทนท์จะปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบ SVOD และ AVOD ที่ให้ผู้ชมได้เลือกชมได้มากขึ้น แต่เราก็ยังเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ธุรกิจเพย์ทีวีก็จะยังคงอยู่แต่อาจจะมีการเปลี่ยนรูปแบบไป การนำเสนอบริการสู่กลุ่มเป้าหมายกลุ่ม Gen Z Gen Y และ Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นในปัจจุบัน กลุ่มผู้ชมเหล่านี้มีความสนใจที่จะรับชมคอนเทนท์ในรูปแบบ On-Demand มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสะดวกสบายที่สามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา และที่ไหนก็ได้ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ขณะที่กลุ่มผู้ชมปัจจุบันแบบดั้งเดิมยังคงนิยมในคอนเทนท์แบบฉายตามตารางออกอากาศ (Linear TV)  ทางทรูวิชั่นส์เราก็จะมีการเพิ่มเติมคอนเทนท์ในรูปแบบ On-Demand เพื่อให้ลูกค้าได้สามารถเลือกรับชมความบันเทิงเพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลาซึ่งนี่คือแนวทางธุรกิจที่ทรูวิชั่นส์จะก้าวเดินต่อไปเพื่อตอบกับการความต้องการรับชมของคนรุ่นใหม่ นายองอาจกล่าวสรุป